“ประกาศข่าวประเสริฐกับคนแปลกหน้า”

Sermon  •  Submitted   •  48:12
0 ratings
· 417 views
Files
Notes
Transcript
Sermon Tone Analysis
A
D
F
J
S
Emotion
A
C
T
Language
O
C
E
A
E
Social
View more →
“ประกาศข่าวประเสริฐกับคนแปลกหน้า”
คริสตจักรไคร้สตเชิช กรุงเทพ / แองลิกัน ลาดกระบัง
วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2023
กิจการ 8: 26-40
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Word Count 5,000 ; Time 50 minutes (110 คำต่อนาที)
[Slide# 1]
พระเจ้าสถิตกับท่าน [และสถิตกับท่านด้วย]
พี่น้องที่รักครับ เรายังอยู่ในซีรี่ย์คำเทศนา คริสตจักรกับการประกาศข่าวประเสริฐ เราได้พูดถึงหัวใจของการประกาศข่าวประเสริฐ เริ่มต้นที่หัวใจของพระเจ้าผู้ทรงรัก หวงแหนและเห็น คุณค่าเรา โดยเฉพาะจิตวิญญาณมนุษย์ที่ยังไม่รู้จักพระเจ้าให้กลับมามีความสัมพันธ์กับพระเจ้าผ่านทางพระเยซูคริสต์ ครั้งที่แล้วเราพูดถึง การประกาศข่าวประเสริฐผ่านสายสัมพันธ์ เพื่อน สมาชิกในครอบครัว คนที่เรารู้จัก อาทิตย์นี้พระคำพระเจ้าพูดถึง การประกาศข่าวประเสริฐกับคนแปลกหน้า
พี่น้องในที่นี่มีใครเคยมีประสบการณ์ประกาศข่าวประเสริฐกับคนแปลกหน้า กับคนที่เราไม่เคยรู้จักบ้างมั้ยครับ บางคนอาจจะเคย หลายคนอาจจะไม่เคย
[Slide# 2]
[LKAC] ทราบว่าสองอาทิตย์ที่แล้ว คริสตจักรมีการออกไปประกาศข่าวประเสริฐ ผ่านแผ่นพับ พร 12 ประการ มีใครไปบ้างครับ เป็นอย่างไรบ้างครับ ? สำหรับคนที่ไปในวันนั้น ประสบการณ์เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับหลายๆคน การประกาศแบบนี้ เป็นการก้าวออกจาก comfort zone ของตัวเองเลยครับ บางคนเป็น Introvert ปกติก็ไม่คุยกับใครอยู่แล้ว ขนาดมานมัสการที่คริสตจักรเป็นปีๆ ก็แทบไม่ได้คุยกับใครเลย แล้วจะให้ไปคุยกับคนแปลกหน้า ยิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ใช่มั้ยครับ
[Slide# 3]
[CCB] สำหรับคริสตจักรเราจะจัดให้ทุกๆเดือนจะมีการประกาศข่าวประเสริฐโดยใช้แผ่นพับพร 12 ประการ เราคิดว่าเราจะไปประกาศที่หน้าตึก CP Tower และ หน้าสีลมคอมแพล็ก เดือนละครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง พี่น้องคิดว่าเราทำได้มั้ยครับ ทุกๆวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือน จัดเป็น วันอาทิตย์สำหรับการประกาศ เราจะพบกันก่อนเวลา 15:30 เพื่ออธิบายการประกาศในที่สาธารณะ สิ่งที่เราต้องเข้าใจและระมัดระวัง และอธิษฐาน ประมาณครึ่งชั่วโมงครับ จากนั้น เราจะเดินออกไปประกาศ เป็นคู่ๆครับ หนึ่งชั่วโมง ได้เท่าไหร่ เท่านั้นครับ แล้วเราจะมาร่วมกัน Debrief อีกครั้งหนึ่งครับ ประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การประกาศร่วมกัน และอธิษฐานร่วมกันก่อนจะแยกย้ายการกลับบ้านครับ ทั้งหมดก็ 2 ชั่วโมง พี่น้องที่รักครับ เดือนละ 2 ชั่วโมง เราออกไปประกาศด้วยกัน ทำได้มั้ยครับ   ขอบคุณพระเจ้า สำหรับหลายๆคน การประกาศแบบนี้ เป็นการก้าวออกจาก comfort zone ของตัวเองเลยครับ บางคนเป็น Introvert ปกติก็ไม่คุยกับใครอยู่แล้ว ขนาดมานมัสการที่คริสตจักรเป็นปีๆ ก็แทบไม่ได้คุยกับใครเลย แล้วจะให้ไปคุยกับคนแปลกหน้า ยิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ใช่มั้ยครับ
แต่ไม่ว่าจะประกาศกับคนที่เรารู้จัก หรือ คนแปลกหน้า
วันนี้ ถ้าให้เราให้คะแนนตัวเอง สำหรับการอุทิศตัว ทุ่มเทในการประกาศข่าวประเสริฐ คะแนน 0 ถึง 5 เราให้คะแนนอย่างไรครับ พี่น้องตอบในใจได้นะครับ
[Slide# 4]
คะแนน 0 น่าจะสำหรับ คนที่ไม่เชื่อพระเจ้านะครับ
คะแนน 1 อาจจะหมายถึงว่า เราที่เป็นคริสเตียน ไม่สนใจที่จะประกาศเลยครับ ไม่ให้ความสำคัญกับการประกาศ เราแค่สนใจตัวเองก็พอ สนใจแต่พระพรสำหรับตัวเอง คนอื่นๆจะรอด ไม่รอดไม่สนใจ
คะแนน 2 คือ เราก็รู้ครับ ว่าการประกาศข่าวประเสริฐสำคัญ เป็นน้ำพระทัยพระเจ้าให้เราประกาศ เป็นพระมหาบัญชาของพระเยซู แต่เราคิดว่า ให้คนอื่นทำดีกว่า เราอยู่เฉยๆ
คะแนน 3 คือ เรามีความเข้าใจว่า การประกาศสำคัญ และพาผู้สนใจ มาคริสตจักร พามากลุ่มเซล ได้ แต่ให้คนอื่นประกาศแทน เราไม่ประกาศเอง ให้อาจารย์ พี่เลี้ยง ศิษยาภิบาลประกาศ
คะแนน 4 คือ เรามีความเข้าใจว่า การประกาศสำคัญ และเราต้องการมีส่วนร่วมในการประกาศ แม้ว่าจะยังไม่ค่อยเข้าใจก็ตาม หรือยังไม่สามารถประกาศด้วยตัวเองได้ ต้องรอให้มีโปรแกรมแล้วจะเข้าไปมีส่วนร่วาม
คะแนน 5 คือ เรามีเข้าใจว่าการประกาศสำคัญ และสามารถประกาศได้ด้วยตัวเอง นำรับเชื่อเองได้ ไม่ต้องรอให้คริสตจักรจัดโปรแกรมการประกาศ ก็ประกาศได้ด้วยตัวเอง
พี่น้องครับ ผมก็หวังและอยากให้สมาชิกทุกคนในคริสตจักร เป็นแบบ 5 คะแนนนะครับ หรือ 4 ก็ดีครับ
เพราะเมื่อเราประกาศข่าวประเสริฐ แม้เพียงหนึ่งคนที่กลับใจมาหาพระเจ้า พระเจ้าก็ชื่นชมยินดีอย่างมาก
พระคัมภีร์เช้านี้ไปเปิดเผยให้เราเรียนรู้ถึงการประกาศกับคนแปลกหน้าครับ เหมือนอย่างที่เรากำลังจะทำ
ให้เราร่วมใจ ก้มศีรษะหลับตา อธิษฐานเพื่อรับพระคำพระเจ้าด้วยกันครับ ในเช้า / บ่ายวันนี้
“พระเจ้าผู้ทรงพระคุณ โปรดประทานหัวใจที่ถ่อม ยินดีรับการสอน และใจที่เชื่อฟัง ในขณะที่ลูกรับการเปิดเผยและสำแดงจากพระคำของพระองค์โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ขอทรงประทานกำลังที่ลูกจะสามารถกระทำตามสิ่งที่พระองค์ทรงเปิดเผยและสำแดง ให้เป็นจริงในชีวิตของลูก ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน”
ก่อนที่เราจะเข้าสู่ข้อพระคัมภีร์ในรายละเอียด ผมอยากให้เราดูบริบทก่อนนะครับ
หัวใจของพระธรรมกิจการ คือ การบอกเล่าถึงการประกาศข่าวประเสริฐที่เริ่มต้นในเยรูซาเล็ม ออกไปที่สะมาเรีย จนถึงสุดปลายแผ่นดินโลก พบใน
[Slide# 5]
กิจการ 1:8 พระมหาบัญชา หรือ คำสั่งของพระเยซูคริสต์ หลังจากที่พระองค์ทรงเป็นขึ้นจากความตาย
“8แต่พวกท่านจะได้รับพระราชทานฤทธานุภาพ เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาเหนือท่าน และท่านทั้งหลายจะเป็นสักขีพยานของเราในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย ทั่วแคว้นสะมาเรีย และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก”
คริสตจักรได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยคริสตจักรแรกเป็นชาวยิวที่อยู่ในเยรูซาเล็ม เริ่มต้นในวันเพนเทคอส เปโตรเทศนาในวันนั้นมีคนกลับใจ 3,000 คน พระคัมภีร์บันทึกว่า พวกเขาร่วมใจกันหักขนมปัง ฟังคำสอนของอัครทูต อัครทูตทำหมายสำคัญการอัศจรรย์ กิจการ 6: 7 “การประกาศพระวจนะของพระเจ้าก็เจริญขึ้น และจำนวนสาวกก็เพิ่มขึ้นอย่างมากในเยรูซาเล็ม และพวกปุโรหิตจำนวนมากก็มาเชื่อถือ”
คริสตจักรเพิ่มจำนวนอย่างมาก แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมออกไปประกาศนอกเยรูซาเล็ม ยังอยู่ใน comfort zone เดิมๆ จนกระทั่ง สเทเฟนหนึ่งใน 7 ของ ดีคอน ที่ช่วยงานอัครทูตในการแจกจ่ายอาหารให้หญิงม่าย ถูกจับและถูกม๊อบขว้างหินจนเสียชีวิต
[Slide# 6]
กิจการ 8:1 บันทึกว่า
“และเซาโลก็เห็นชอบด้วยกับการฆ่าสเทเฟน ขณะนั้นเกิดการข่มเหงคริสตจักรครั้งใหญ่ในกรุงเยรูซาเล็ม และบรรดาสาวกกระจัดกระจายไปทั่วแคว้นยูเดียและสะมาเรียเว้นแต่พวกอัครทูต”
ข้อที่ 4 บันทึกว่า “พวกที่กระจัดกระจายไปก็เที่ยวประกาศพระวจนะนั้น”
พี่น้องที่รักครับ เรามีแนวโน้มที่เราต้องการอยู่ใน comfort zone ของเราครับ เราไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ไม่ชอบทำสิ่งใหม่ๆ ที่พระเจ้าปรารถนาให้เราทำ พระมหาบัญชาของพระเยซูให้ออกไปประกาศ ทั่วแคว้นยูเดียวสะมาเรีย จนถึงสุดปลายแผ่นดินโลก แต่พวกเขาคุ้นเคยในเยรูซาเล็ม ในยูเดีย
จนพระเจ้าต้องเขย่าคริสตจักร มีการข่มเหงครั้งใหญ่เกิดขึ้น บรรดาสาวกจึงต้องจำเป็น จำใจ ต้องออกจากเยรูซาเล็ม ไปทั่วแคว้นยูเดีย และ สะมาเรีย พวกเขาเดินทางไปที่ไหนก็ประกาศข่าวประเสริฐไปด้วย
หนึ่งในนั้นคือ ฟิลิป ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ด ดีคอน ที่ได้รับการแต่งตั้ง รุ่นเดียวกับสเทเฟน
กิจการ 8 บันทึกถึงเรื่องราวของคริสตจักรที่ขยายออก ด้วยการประกาศเรื่องราวของพระเจ้า ทำตามพระมหาบัญชาของพระเยซูคริสต์
[Slide# 7]
สามประการ เรียนรู้จากประกาศข่าวประเสริฐกับคนแปลกหน้า
พึ่งพาพระวิญญาณ (26-29)
พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้ริเริ่ม และจัดเตรียม
ข่าวประเสริฐเป็นฤทธานุภาพจากพระเจ้าทำงานในหัวใจของเรา ให้เราสำนึกในความผิดบาปในชีวิตนำไปสู่การพึ่งวางใจในพระเยซูคริสต์
พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำพันธกิจการประกาศข่าวประเสริฐผ่านหัวใจของคริสเตียนที่มีหัวใจเชื่อฟัง และ
การตอบสนองมาจากการงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในหัวใจของผู้ที่ได้รับฟังข่าวประเสริฐ ให้มีความเชื่อและศรัทธา
พามาพบพระคริสต์ (30-35)
เขาลงทุนดั้นด้น เดินทางไปกลับด้วยรถม้า ต้องมากกว่า 4,800 กิโลเมตร ถ้าเทียบกับประเทศไทย เดินทางเหนือสุดไปใต้สุด ได้เกือบ 3 รอบ ครับ !!! นั้นคือระยะทางที่ขันทีคนนี้ต้องเดินทาง เดินทางด้วยรถม้า ครับ ถ้าไม่แสวงหาพระเจ้าจริงๆ มาไม่ได้ครับ
เขาลงทุนซื้อหนังสือม้วนอิสยาห์ ซึ่งมีราคาแพงมาก ต้องคัดลอกด้วยมือเท่านั้น และเฉพาะอาลักษณ์เท่านั้นที่มีสิทธิ์คัดลอกพระคัมภีร์ ปกติมีเฉพาะในธรรมศาลา และบางธรรมศาลาที่ไม่มีสตางค์ก็อาจจะมีไม่ครบด้วยครับ อิสยาห์ เป็นหนึ่งในหนังสือม้วนที่นิยมครับในเวลานั้น ขันทีคนนี้คงซื้อมาจากตอนที่แวะเข้าไปที่เยรูซาเล็ม
เขากำลังอ่านหนังสือม้วนด้วยความตั้งใจ อ่านออกเสียงด้วยครับ ไม่รอให้กลับไปที่เมืองก่อนนะ อ่านระหว่างเดินทางเลย
ชีวิตเดิมก่อนมาพบพระเยซูเป็นอย่างไร
เรามาพบพระเยซูได้อย่างไร
ชีวิตหลังจากพบพระเยซูแล้ว ชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างไร
พบพระประสงค์พระเจ้า (36-40)
“ขณะกำลังเดินทางไปก็มาถึงที่ที่มีน้ำแห่งหนึ่ง ขันทีจึงบอกว่า “นี่แน่ะ ที่นี่มีน้ำ มีอะไรขัดข้องไม่ให้ข้าพเจ้ารับบัพติศมา” [ ฟีลิปจึงตอบว่า “ถ้าท่านเต็มใจเชื่อท่านก็รับได้” ขันทีจึงตอบว่า “ข้าพเจ้าเชื่อว่าพระเยซูคริสต์เป็นพระบุตรของพระเจ้า] ” แล้วท่านจึงสั่งให้หยุดรถ คนทั้งสองก็ลงไปในน้ำทั้งฟีลิปกับขันที ฟีลิปให้ท่านรับบัพติศมา เมื่อท่านทั้งสองขึ้นจากน้ำแล้ว พระวิญญาณบริสุทธิ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรับฟีลิปไป และขันทีคนนั้นไม่ได้เห็นท่านอีก จึงเดินทางต่อไปด้วยความยินดี แต่มีคนพบฟีลิปที่เมืองอาโซทัส และเมื่อท่านเดินทางไป ท่านก็ประกาศข่าวประเสริฐทั่วทุกเมืองจนกระทั่งท่านไปถึงเมืองซีซารียา'
เป็นคนต่างชาติ ไม่สามารถเข้าสุหนัตได้ ไม่ได้เป็นยิวแต่กำเนิด
เป็นขันที ไม่ครบอวัยวะเพศ
เราจะตระหนักถึงการทรงนำจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ในแต่ละวันได้อย่างไร? เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพระเจ้าทรงนำเราให้ประกาศข่าวประเสริฐกับคนบางคน ?
ทำอย่างไรที่เราจะสามารถชนะความกลัวในการประกาศกับคนแปลกหน้า ผ่านพร 12 ประการ?
ให้เขียนคำพยานชีวิตของตนเอง ให้กระชับประมาณ 3-5 นาที ลองฝึกเล่าคำพยานของเราให้กลุ่มย่อยฟัง
[Slide# 8, 9]
“แต่ทูตองค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าสั่งฟีลิปว่า “จงลุกขึ้น ไปยังทิศใต้ตามทางที่ลงไปจากกรุงเยรูซาเล็มถึงกาซา” (ซึ่งเป็นทางเปลี่ยว) ฟีลิปก็ลุกไป และนี่แน่ะ มีขันทีชาวเอธิโอปคนหนึ่ง เป็นข้าราชการของพระนางคานดาสีพระราชินีของชาวเอธิโอป และเป็นนายคลังทรัพย์ทั้งหมดของพระราชินีองค์นั้น ท่านมานมัสการที่กรุงเยรูซาเล็ม ขณะนั่งรถม้ากลับไปนั้น ท่านกำลังอ่านหนังสืออิสยาห์ผู้เผยพระวจนะอยู่ พระวิญญาณตรัสสั่งฟีลิปว่า “จงเข้าไปชิดรถม้าคันนั้นเถิด”
ข้อก่อนหน้านี้ ฟีลิป เดินทางไปประกาศที่สะมาเรีย และเกิดผลมาก ผู้คนจำนวนมากกลับใจมาหาพระเยซูคริสต์ และรับบัพติสมา จนกระทั่ง อัครทูตยอห์นและเปโตรต้องเดินทางมาจากเยรูซาเล็มมาอธิษฐานให้ชาวสะมาเรีย มาต้อนรับชาวสะมาเรียที่ถูกคนยิวเหยียด ต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวคริสตจักร ในพระคริสต์ ทรงทำลายกำแพงของความแตกต่างและอคติแล้ว เราผู้เชื่อต่างอยู่ในครอบครัวเดียวกัน
ตอนนี้พระเจ้าสั่งให้ฟีลิป ออกจากงานพันธกิจที่กำลังเจริญเติบโตและเกิดผล ให้เดินทางลงใต้ ไปที่เปลี่ยว ที่กาซา ที่ๆไม่มีผู้คน ถ้าพี่น้องเป็นฟีลิป พี่น้องจะไปมั้ยครับ ทิ้งงานที่กำลังเติบโต ที่ตัวเองเป็นคนบุกเบิกด้วย ให้ไปที่ไหนก็ไม่รู้ที่เป็นที่เปลี่ยว เราอาจจะตั้งคำถามกับพระเจ้าได้นะครับ ว่า พระเจ้าผมทำอะไรผิด!!!
ฟีลิปมีความเชื่อครับ เมื่อพระเจ้าสั่งให้ฟิลิปเดินทางจากสะมาเรีย มาทางตอนใต้ในที่เปลี่ยวกาซา
เขาเชื่อฟังการทรงนำของพระเจ้า ทิ้งเมืองที่กำลังฟื้นฟู มาในที่เปลี่ยว ไม่รู้ว่ามาทำไม เพื่อมาพบกับขันที คนต่างชาติ ชาวเอธิโอป หรือ เอธิโอเปียที่ กำลังเดินทางกลับเอธิโอเปียหลังจากร่วมงานเทศกาลเพนเทคอสต์ที่เยรูซาเล็ม
[Slide# 10]
พี่น้องที่รักครับ งานพันธกิจเป็นของพระเจ้าครับ ไม่ใช่ของเรา
Missio Dei เป็นคำที่มีความหมายว่า งานมิชชั่นเป็นของพระเจ้า
ประการที่ หนึ่งครับ “พึ่งพาพระวิญญาณ”
พระเจ้าสั่งฟีลิปให้ออกจากสะมาเรียไปที่เปลี่ยวแห่งหนึ่งในกาซา เพื่อพบกับ ขันทีคนนี้
และเป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่สั่งฟีลิปให้ “จงเข้าไปชิดรถม้าคันนั้นเถิด” รถม้าที่ขันทีนั่งอยู่และกำลังอ่านหนังสือม้วนอิสยาห์
Missio Dei - งานประกาศ มิชชั่น เป็นของเราพระเจ้า เราเป็นเพียงผู้ที่พระเจ้าใช้ สิทธิพิเศษให้เรามีส่วนร่วมในแผนงานมิชชั่นของพระเจ้า แผนงานความรอด มาจากพระเจ้าพระบิดา สำเร็จผ่านทางพระบุตรคือพระเยซูคริสต์ สิ้นพระชนม์ที่ไม้กางเขน ไถ่บาป รอดพ้นจากบึงไฟนรก และ โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทำงานในใจเราให้เราสำนึกผิด มีความเชื่อ และกลับใจมาพึ่งวางใจในพระบุตรและ กลับไปหาพระเจ้าพระบิดาผ่านทางพระบุตร
พี่น้องครับ ครั้งหนึ่งผมเคยคิดว่า การประกาศกับคนแปลกหน้า ในที่สาธารณะ แบบที่ฟีลิปทำอยู่ในบทนี้ เป็นสิ่งที่ล้าสมัยแล้ว ไม่เหมาะกับบริบทสังคมยุคใหม่แล้ว เราประกาศผ่านอัลฟ่า ดีกว่า ตอนที่ผมเรียนพระคริสตธรรมที่สิงคโปร์ ผมได้มีโอกาสไปร่วม กลุ่มประกาศ ที่เรียกว่า Street Evangelism การประกาศบนท้องถนน เค้ารวมตัวกันประกาศเดือนละครั้ง ที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ช่วงเย็นๆ
[Slide# 11]
ผมไปร่วมด้วยเพราะความอยากรู้และสงสัย และ อยากเห็นว่ามันจะ work จริงเหรอ ?
อาจารย์ที่นำไปนั้น ดีมาก ท่านมาจากภาคภาษาจีน ปัจจุบัน สถาปนาเป็น Priest ไปแล้ว ท่านสอนการประกาศกับคนแปลกหน้าได้ดีมากในบริบทของคนสิงคโปร์ และนำเราออกเป็นคู่ๆ ไปประกาศ ผมกับน้องสองคน ได้มีโอกาสประกาศกับ เด็กวัยรุ่นผู้หญิงคนหนึ่งครับ เธอชื่อว่า Brianca นักศึกษาปี 4 มหาวิทยาลัย กำลังเรียนด้าน Fashion Design เธอให้เราอธิษฐานเผื่อความสัมพันธ์ของเธอกับหัวหน้างานที่เธอกำลังฝึกงานอยู่ ในขณะที่กำลังอธิษฐานเผื่อ Brianca อยู่นั้น พระวิญญาณตรัสกับผมว่า ให้บอกกับเธอว่า เธอเป็นลูกสาวที่พระเจ้าทรงรัก เธอสามารถพบการพักสงบได้ในพระองค์ พี่น้องเชื่อมั้ยครับ เมื่อผมพูดจบ เธอน้ำตาไหลพรากเลยครับ และเธอแบ่งปันว่า ช่วงที่ผ่านมาเธอไม่ยอมไปนมัสการพระเจ้าที่คริสตจักร เพราะว่าเธอน้อยใจพระเจ้าบางเรื่อง แต่เมื่อเธอได้พบกับเรา เหมือนกับว่า พระเจ้ามาตามเธอให้กลับบ้าน และเธอบอกกับพวกเราว่า เธอจะกลับไปที่คริสตจักรวันอาทิตย์นี้
พี่น้องที่รักครับ เมื่อเราตระหนักว่า งานมิชชั่นไม่ใช่ของเรา แต่เป็นของพระเจ้า เราเปิดโอกาสที่จะพึ่งพาพระวิญญาณของพระเจ้า และเปิดโอกาสให้พระวิญญาณตรัสกับเรา เหมือนอย่างที่พระวิญญาณตรัสกับฟีลิป เหมือนอย่างที่พระวิญญาณตรัสกับผม
พี่น้องที่เป็นหัวหน้ากลุ่มเซล กลุ่มแคร์ครับ เราไม่ใช่เจ้าของกลุ่มเซล กลุ่มแคร์นะครับ พระเจ้าเป็นเจ้าของ สมาชิกในกลุ่มเป็นของพระเจ้าครับ เราเป็นเพียงผู้เลี้ยงที่ดี ตามแบบอย่างผู้เลี้ยงดีเลิศคือ พระคริสต ถ้าเราเข้าใขตรงนี้ เราจะมีความมั่นคงจากภายใน งานพันธกิจมิชชั่น งานรับใช้พระเจ้าที่มาจากความมั่นคงจากภายใน จะเป็นพรครับ
เมื่อเราประกาศพร 12 ประการ มีคนปฎิเสธเรา เราก็ไม่ต้องท้อถอยครับ เพราะงานประกาศเป็นของพระเจ้า พระเจ้าจะทรงนำและจัดเตรียมคนบางคนที่พร้อมให้เราเก็บเกี่ยว ครับ บางคนไม่พร้อมก็ผ่านไป เรามีความมั่นคงจากภายใน ไม่เสียความมั่นใจ หรือคิดว่าเราไม่เก่งพอ เราไม่ดีพอ เราสามารถประกาศได้อย่างสบายๆ เป็นมิตรไม่ต้องรู้สึกกดดัน เพราะ Missio Dei ครับ งานประกาศเป็นของพระเจ้า ถ้าประกาศวันนั้น หนึ่งชั่วโมง ไม่มีใครรับเชื่อหรือกลับใจ หรือแม้กระทั่งยอมคุยกับเรา ก็ขอบคุณพระเจ้าครับ เราได้ลงมือทำแล้ว และ ผลลัพธ์ทุกสิ่งเป็นของพระเจ้า ไม่ต้องสูญเสียความมั่นใจแต่อย่างไร อาเมนนะครับ
หลังจาก Street Evangelism วันนั้น ผมก็เปลี่ยนความคิดในการประกาศเลยครับ
[CCB] ผมหนุนใจพี่น้องนะครับ เดือนละครั้ง วันอาทิตย์สัปดาห์ที่สองของเดือนครับ วันอาทิตย์ประกาศข่าวดี เรามาร่วมใจกัน พึ่งพาพระเจ้าในการประกาศข่าวดีครับ ผมเชื่อว่าพระเจ้าจะจัดเตรียมบางคนไว้ที่พร้อมเก็บเกี่ยวให้กับเราครับ เหมือนอย่างที่พระเจ้าจัดเตรียม ขันที คนต่างชาติคนนี้ให้กับฟีลิปเพื่อประกาศข่าวดีครับ
ประการที่ 1 นะครับ พึ่งพาพระวิญญาณในการประกาศครับ Missio Dei งานพันธกิจเป็นของพระเจ้า ไม่ใช่ของเรา เราไม่ใช่เจ้าของ
[Slide# 12]
[Slide# 13, 14, 15]
“30ฟีลิปจึงวิ่งเข้าไปใกล้ และได้ยินท่านอ่านหนังสืออิสยาห์ผู้เผยพระวจนะ จึงถามว่า “ท่านเข้าใจสิ่งที่อ่านหรือไม่?” 31ขันทีจึงตอบว่า “ถ้าไม่มีใครอธิบาย จะเข้าใจได้อย่างไร?” ท่านจึงเชิญฟีลิปขึ้นไปนั่งบนรถม้ากับท่าน 32พระคัมภีร์ตอนที่ท่านอ่านอยู่นั้นคือข้อเหล่านี้
“ท่านถูกนำไปฆ่าเหมือนอย่างแกะ
ลูกแกะนิ่งอยู่ต่อหน้าผู้ตัดขนของมันอย่างไร
ท่านก็ไม่ปริปากของท่านอย่างนั้น
33 ในเวลาที่ท่านถูกเหยียดหยาม ท่านไม่ได้รับความยุติธรรม
ใครจะเล่าถึงเชื้อสายของท่าน?
เพราะชีวิตของท่านถูกตัดขาดจากแผ่นดินโลก”
34ขันทีจึงถามฟีลิปว่า “สิ่งที่ผู้เผยพระวจนะกล่าวนี้เล็งถึงใคร เล็งถึงตัวท่านเอง หรือเล็งถึงคนอื่น? ขอบอกข้าพเจ้าเถิด” 35ฟีลิปจึงเริ่มเล่าโดยตั้งต้นจากพระคัมภีร์ตอนนั้น ท่านประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูกับขันทีผู้นั้น”
พี่น้องที่รักครับ ในการประกาศข่าวดีนั้น เรามีหน้าที่ในการพาเขามาพบกับพระเยซูคริสต์ครับ
เราประกาศพระเยซูครับ เราไม่ได้มาเปลี่ยนศาสนาเดิมของเขา มาเป็นศาสนาคริสต์
เรากำลังพาเขามาพบกับพระเยซู ครับ เหมือนที่เราได้พบพระเยซูแล้วในชีวิตของเรา
บริบทตอนนี้ ขันทีคนนี้ เขามีหัวใจอยู่แล้วในการแสวงหาพระเจ้า แต่เขายังขาดความเข้าใจ รู้ได้อย่างไรว่าเขาแสวงหาพระเจ้า
[Slide# 16]
ผ่านทางคำพยากรณ์ ในอิสยาห์ 53: 7-8 ที่ขันทีกำลังอ่านอยู่ เป็นจังหวะเดียวกันที่ฟีลิปเข้ามาถามพอดี ว่า
“ท่านเข้าใจสิ่งที่อ่านหรือไม่?”
31ขันทีจึงตอบว่า “ถ้าไม่มีใครอธิบาย จะเข้าใจได้อย่างไร?” ท่านจึงเชิญฟีลิปขึ้นไปนั่งบนรถม้ากับท่าน 32พระคัมภีร์ตอนที่ท่านอ่านอยู่นั้นคือข้อเหล่านี้
“ท่านถูกนำไปฆ่าเหมือนอย่างแกะ
ลูกแกะนิ่งอยู่ต่อหน้าผู้ตัดขนของมันอย่างไร
ท่านก็ไม่ปริปากของท่านอย่างนั้น
33 ในเวลาที่ท่านถูกเหยียดหยาม ท่านไม่ได้รับความยุติธรรม
ใครจะเล่าถึงเชื้อสายของท่าน?
เพราะชีวิตของท่านถูกตัดขาดจากแผ่นดินโลก”
พี่น้องที่รักครับ ฟีลิป ไม่รอช้าครับ พาขันทีคนนี้ที่เขากำลังประกาศมาพบพระคริสต์ทันทีครับ อธิบายว่า ข้อพระคัมภีร์นี้พยากรณ์ถึงพระเยซูคริสต์ พระเมสสิยาห์
การประกาศ ต้องพาเขามาพบกับพระเยซูคริสต์ครับ เวลาเราประกาศเราประกาศพระเยซูครับ เราไม่ได้ประกาศคริสตจักรแองลิกัน เราประกาศข่าวดีพระเยซูคริสต์
ฟีลิปใช้พระคำพระเจ้าในการอธิบายความหมายข่าวประเสริฐ ที่พระเยซูเสด็จมาเพื่อทำให้คำพยากรณ์นี้ครบถ้วนบริบูรณ์
ลูกา 24: 44-47
“พระองค์ตรัสกับเขาว่า “นี่เป็นถ้อยคำของเรา ซึ่งเราบอกไว้กับท่านทั้งหลายขณะที่เรายังอยู่กับท่านว่า บรรดาถ้อยคำที่เขียนไว้ในหมวดธรรมบัญญัติของโมเสส ในหมวดผู้เผยพระวจนะ และในหมวดเพลงสดุดีที่กล่าวถึงเรานั้น จำเป็นจะต้องสำเร็จ” แล้วพระองค์ทรงช่วยให้ใจของพวกเขาสว่างเพื่อจะได้เข้าใจพระคัมภีร์ พระองค์ตรัสกับเขาว่า “มีถ้อยคำเขียนไว้อย่างนั้นว่า พระคริสต์จะต้องทนทุกข์และเป็นขึ้นจากตายในวันที่สาม และจะต้องประกาศทั่วทุกประชาชาติในพระนามของพระองค์เรื่องการกลับใจใหม่ เพื่อ การยกบาป โดยเริ่มต้นที่กรุงเยรูซาเล็ม”
ประการที่สองครับ พาเขามาพบพระเยซูคริสต์ ครับ เราเองก็ต้องเตรียมคำพยานชีวิตของเราครับ ว่าเรามาพบกับพระเยซูได้อย่างไร ? ผมหนุนใจพี่น้องให้เตรียมโดยเขียนคำพยานชีวิตของเราออกมาครับ สามารถพูดให้จบได้ภายใน 3 ถึง 5 นาที ไม่ควรยาวกว่านี้ครับ คำพยานชีวิตมีโครงร่างง่ายๆครับ
พี่น้องจำคำพยานของอาไหล ได้มั้ย ครับ ชีวิตเดิมเป็นอันธพาล แก๊งอิทธิพล เที่ยวผู้หญิง ติดการพนัน สูบบุหรี่ มาพบพระเยซูได้อย่างไร เพื่อนชวนมาคริสตจักร และได้ออกไปต้อนรับพระเยซูในวันนั้นที่มาคริสตจจักรครั้งแรก หลังจากต้อนรับพระเยซูแล้ว รับชีวิตใหม่ เปลี่ยนแปลง เลิกอัทธพาล เลิกบุหรี่ เลิกเหล้า เที่ยวผู้หญิง เลิกการพนัน มารับใช้พระเจ้าเป็นพยานเรื่องราวพระเยซุคริสต์ทุกๆปีที่ประเทศไทย
ประการที่สองนะครับ พามาพบพระคริสต์
และประการที่สามครับ
[Slide# 17]
[Slide# 18, 19, 20]
พี่น้องครับ ชีวิตของขันที เป็นชีวิตที่น่าสงสารครับ โดยเฉพาะเมื่อมีความเชื่อและศรัทธาในความเชื่อของยิว
ในเฉลยธรรมบัญญัติ 23:1
“ชายใดมีลูกอัณฑะฝ่อ หรืออวัยวะสืบพันธุ์ด้วน ห้ามเข้าในการประชุมของพระยาห์เวห์”
ขันที ชาวเอธิโอเปีย คนนี้เป็นคนที่ยำเกรงพระเจ้าครับ เขาไม่ได้กราบไหว้รูปเคารพ หรือพระอื่นๆ ตามแบบของชาวเมืองเอธิโอเปีย แต่ถึงแม้เขามีความเชื่อและศรัทธาในศาสนายูดาย หรือยิว เขาก็ยังเป็นคนนอกอยู่ดี ขันทีคนนี้ โดนสองเด้งเลยครับ
เขาคงถูกห้ามไม่ให้เข้าไปนมัสการพระเจ้าในพระวิหารได้อย่างที่เขาปราถนา เพราะเป็นคนต่างชาติและเป็นขันที มีข้อจำกัดมากมายสำหรับเขาในการเข้ามานมัสการพระเจ้า
[Slide# 18]
จึงไม่แปลกใจนะครับ ประโยคแรกที่เค้าถามฟีลิป สำหรับความเชื่อในพระเยซูคริสต์ ท่านถามว่า “นี่แน่ะ ที่นี่มีน้ำ มีอะไรขัดข้องไม่ให้ข้าพเจ้ารับบัพติศมา”
มีอะไรขัดข้องไม่ให้ข้าพเจ้ารับบัพติสมาหรือไม่? ท่านคงพูดเพราะถ้าเป็นยิวแบบเดิมคงมีข้อขัดข้องแน่นอน แต่ขอบคุณพระเจ้า ในพระเยซูคริสต์ ไม่มีอุปสรรคใดๆ ที่ขัดขวางเราได้ในการนมัสการพระเจ้า พระเยซูเสด็จมาเพื่อทำลายกำแพงเหล่านี้ที่ขัดขวางเราไว้กับพระองค
ไม่ว่าจะเป็นคนต่างชาติ หรือเพศสภาพของท่าน
[ ฟีลิปจึงตอบว่า “ถ้าท่านเต็มใจเชื่อท่านก็รับได้” ขันทีจึงตอบว่า “ข้าพเจ้าเชื่อว่าพระเยซูคริสต์เป็นพระบุตรของพระเจ้า] ” แล้วท่านจึงสั่งให้หยุดรถ คนทั้งสองก็ลงไปในน้ำทั้งฟีลิปกับขันที ฟีลิปให้ท่านรับบัพติศมา
พี่น้องที่รักครับ ตอนที่ขันทีคนนี้อ่านในอิสยาห์ พระคริสต์นิ่งอยู่ ไม่ปริปาก แม้เมื่อขณะที่กำลังถูกนำไปฆ่า ท่านคงสะท้อนคิดถึงตัวท่านเอง เมื่อครั้งที่ท่านต้องถูกนำไปตัดอวัยวะเพศ อัณฑะของท่าน ท่านก็ทำอะไรไม่ได้ ท่านคงไม่ยินยอม ไม่ได้ ท่านคงรับรู้ถึงความทุกข์ใจที่พระคริสต์ต้องเผชิญ
“ท่านถูกนำไปฆ่าเหมือนอย่างแกะ
ลูกแกะนิ่งอยู่ต่อหน้าผู้ตัดขนของมันอย่างไร
ท่านก็ไม่ปริปากของท่านอย่างนั้น
33 ในเวลาที่ท่านถูกเหยียดหยาม ท่านไม่ได้รับความยุติธรรม
ใครจะเล่าถึงเชื้อสายของท่าน?
เพราะชีวิตของท่านถูกตัดขาดจากแผ่นดินโลก”
[Slide#19]
พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ของพระองค์สำหรับขันทีคนนี้ ในพระคริสต์ทรงต้อนรับขันทีคนนี้ ที่เป็นทั้งคนต่างชาติและ เป็นขันที เข้าสู่ครอบครัวคริสตจักรสากล ผ่านการบัพติสมาในน้ำนั้น ไม่แปลกใจ พระคัมภีร์บันทึกว่า
เมื่อท่านทั้งสองขึ้นจากน้ำแล้ว พระวิญญาณบริสุทธิ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรับฟีลิปไป และขันทีคนนั้นไม่ได้เห็นท่านอีก จึงเดินทางต่อไปด้วยความยินดี
ขันทีคนนี้ กำลังอ่าน อิสยาห์ 53:78-8 ที่ฟีลิปอธิบายให้เขาเข้าใจ และเมื่อเขาอ่านต่อไปอีก ใน อิสยาห์ 56:3-8 เขาจะเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี เพราะพระเจ้าตรัสกับเขาครับ
“3“อย่าให้คนต่างชาติผู้เข้าจารีตถือพระยาห์เวห์กล่าวว่า
‘พระยาห์เวห์จะทรงแยกข้าจากชนชาติของพระองค์แน่’
และอย่าให้ขันทีพูดว่า
‘ดูสิ ข้าเป็นต้นไม้เหี่ยวแห้ง’ ”
4เพราะพระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า
“เกี่ยวกับบรรดาขันทีผู้รักษาวันสะบาโตของเรา
ผู้เลือกในสิ่งที่เราพอใจ
และยึดมั่นในพันธสัญญาของเรา
5เราจะให้อนุสรณ์แก่เขาทั้งหลาย
ภายในนิเวศและภายในกำแพงของเรา
ที่ดีกว่าบุตรชายและบุตรหญิง
เราจะให้ชื่อนิรันดร์แก่เขาทั้งหลาย
ซึ่งจะไม่ถูกตัดออกเลย
6“และคนต่างชาติผู้เข้าจารีตถือพระยาห์เวห์
เพื่อปรนนิบัติพระองค์และรักพระนามของพระยาห์เวห์
และเป็นผู้รับใช้ของพระองค์
ทุกคนที่รักษาวันสะบาโตไม่ให้เสื่อมเสีย
และยึดมั่นในพันธสัญญาของเรา
7เราจะนำพวกเขามายังภูเขาบริสุทธิ์ของเรา
และทำให้เขาชื่นบานอยู่ในนิเวศอธิษฐานของเรา
เครื่องบูชาเผาทั้งตัวของเขาและเครื่องบูชาของเขา
จะเป็นที่โปรดปรานบนแท่นบูชาของเรา
เพราะนิเวศของเรานั้นเขาจะเรียกว่านิเวศอธิษฐาน
สำหรับทุกชนชาติ”
แล้วขันทีคนนี้จะไม่ชื่นชมยินดีได้อย่างไรครับ พี่น้องที่รัก เมื่อเขาพบพระคริสต์เขาพบพระประสงค์ของพระเจ้าในชีวิตของเขา อาเมน
[Slide# 21]
ประวัติศาสตร์คริสตจักรยุคแรกบันทึกว่า หลังจากที่ขันทีผู้นี้กลับไปที่เมืองเอธิโอป ก็นำข่าวประเสริฐนี้ไปยังแอฟริกา และเกิดคริสตจักรที่นั้น ซึ่งเป็นคริสตจักรที่เก่าแก่ ในช่วงที่มีประชุมสภาคริสตจักรครั้งแรกในศตวรรษที่ 4 ก็มีตัวแทนจากเอธิโอปเข้ามาประชุมด้วย ขอบคุณพระเจ้าสำหรับ การประกาศข่าวดีกับคนแปลกหน้าที่ฟีลิปเชื่อฟังพระเจ้า ยอมลงละเมืองสะมาเรีย ลงใต้มาที่เปลี่ยวที่กาซา เพื่อมาพบกับขันทีคนนี้ ที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้
[Slide# 22] พึ่งพาพระวิญญาณ พามาพบพระคริสต์ พบพระประสงค์พระเจ้า
[Slide# 23]
ให้เราเป็นเหมือนกับฟีลิปในบริบทสังคมของเราครับ ในที่ๆเราอยู่ที่ๆพระเจ้าเรียกเราให้ประกาศ
ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน
คำถามสำหรับกลุ่มย่อยเพื่อการพูดคุยกัน:
เราจะตระหนักถึงการทรงนำจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ในแต่ละวันได้อย่างไร? เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพระเจ้าทรงนำเราให้ประกาศข่าวประเสริฐกับคนบางคน ?
ทำอย่างไรที่เราจะสามารถชนะความกลัวในการประกาศกับคนแปลกหน้า ผ่านพร 12 ประการ?
ให้เขียนคำพยานชีวิตของตนเอง ให้กระชับประมาณ 3-5 นาที ลองฝึกเล่าคำพยานของเราให้กลุ่มย่อยฟัง
Related Media
See more
Related Sermons
See more
Earn an accredited degree from Redemption Seminary with Logos.