จงสร้างตัวขึ้นบนหลักความเชื่ออันบริสุทธิ์

Walk in Light  •  Sermon  •  Submitted   •  37:27
0 ratings
· 124 views
Files
Notes
Transcript
“จงสร้างชีวิตบนความเชื่อที่บริสุทธิ์”
คริสตจักรแองลิกัน ลาดกระบัง/ ไคร้สตเชิช กรุงเทพ
วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน 2021
ยูดา 17-25
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Word Count 3,981; Time 33 minutes
[Slide 1]
พระเจ้าสถิตกับท่าน [และสถิตกับท่านด้วย]
พี่น้องครับ เราอยู่ตอนสุดท้ายของซีรี่ส์คำเทศนา “เดินในความสว่าง” จากจดหมายฝาก 1 ยอห์น และ ยูดา
คริสตจักรยุคแรก ในศตวรรษที่หนึ่ง ในช่วงชีวิตของอัครทูต ต้องเริ่มเผชิญกับความท้าทายทั้งจากภายในและภายนอก ความท้าทายจากภายนอกคือ การถูกกดขี่ข่มเหงความเชื่อ ทั้งจากโรม และจากยิวด้วยกันเอง เนื่องจาก ความเชื่อในพระเยซูคริสต์ ยังไม่ได้รับการยอมรับจากโรม และ ภัยคุกคามจากภายใน คือ มีคำสอนเทียมเท็จได้แทรกซึมเข้ามาในคริสตจักร ซึ่งอัครทูตยอห์นได้เปรียบเทียบว่าเป็น “ความมืด” ทำให้ผู้เชื่อจำนวนหนึ่งหลงไปกับคำสอนเทียมเท็จ ทำให้เกิดความแตกแยกในคริสตจักร ซึ่งเราเห็นแล้วใน 1 ยอห์น อัครทูตเรียกกลุ่มคำสอนเทียมเท็จนี้ว่า เป็นกลุ่มที่แยกออกไป เป็น ผู้ต่อต้านพระคริสต์ ปฎิปักษ์พระคริสต์ หรือ AntiChrist
ใน 1ยอห์น 2: ข้อ 18-19 “ลูกทั้งหลายเอ๋ย บัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแล้วและตามที่พวกท่านได้ยินได้ฟังมาว่า ศัตรูของพระคริสต์จะมา เดี๋ยวนี้ศัตรูของพระคริสต์จำนวนมากก็มาแล้ว เพราฉะนั้นเราจึงรู้ว่าบัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแล้ว พวกเขาได้ออกไปจากเรา แต่ก็เขาก็ไม่ได้เป็นของเรา เพราะว่าถ้าเขาเป็นของเรา เขาก็จะอยู่กับเราต่อไป แต่การที่เขาได้ออกไปนั้นแสดงให้เห็นชัดว่าเขาไม่ได้เป็นของเรา”
พี่น้องครับ ทั้งยอห์น และ ยูดา ในพระคัมภีร์ในตอนนี้ ต่างบอกกับเราอย่างชัดเจนครับ ว่า เรากำลังอยู่ใน “วาระสุดท้าย” หรือที่เราคุ้นเคย “ยุคสุดท้าย”แล้วครับ อาจารย์เปาโลได้บรรยายถึง ลักษณะนิสัย ค่านิยมของผู้คนในยุคสุดท้ายไว้ในจดหมายฝากของท่านถึงทิโมธี
2ทิโมธี 3:2-5 อุปนิสัยของคนในวาระสุดท้าย สังคมของผู้คนในยุคสุดท้าย จะมีลักษณะดังนี้ครับ
“เพราะผู้คนจะเห็นแก่ตัว รักเงินทอง โอ้อวด หยิ่งยโส ชอบดูหมิ่น ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ อกตัญญู ชั่วร้าย ไร้มนุษยธรรม ไม่ให้อภัยกัน ใส่ร้ายกัน ไม่ยับยั้งชั่งใจ ดุร้าย
เกลียดชังความดี ทรยศ มุทะลุ โอหัง รักความสนุกมากกว่ารักพระเจ้า ยึดถือทางพระเจ้าแต่เพียงเปลือกนอก แต่ปฎิเสธฤทธิ์เดชของทางนั้น...”
ค่านิยมเหล่านี้ก็ค่อยๆคืบคลาน แทรกซึมเข้ามาในคริสตจักร เพราะสมาชิกในคริสตจักรก็ ดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมของโลกด้วย แน่นอนสมาชิกที่เข้ามาในคริสตจักร ไม่ใช่ว่าทุกคนเติบโต เป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์ สมาชิกเหล่านี้ก็นำเอาค่านิยมของโลกนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน วาระสุดท้าย ที่จะสุดโต่งมาก เข้ามาในคริสตจักร
[Slide 2]
พระเยซูตรัสสอน และเตือนเรื่องนี้แล้วให้กับสาวกในยอห์น 17 ว่า “เราอยู่ในโลก แต่เราไม่ได้เป็นของโลก” หนึ่งในความหมาย เราไม่ได้เป็นของโลก หมายความว่า เราไม่ได้รับเอาค่านิยมของโลกนี้ เข้ามามีอิทธิพลในการดำเนินชีวิตคริสเตียน ไม่เอาเข้ามาในคริสตจักร
น่าเสียดาย ที่คริสตจักรที่ยูดา ได้เขียนจดหมายฝากถึงฉบับนี้ สมาชิกในคริสตจักรได้รับเอาค่านิยมของโลกนี้มาผสมปนกับหลักคำสอนของอัครทูตที่ได้ปูพื้นฐานไว้ จนเกิดเป็น คำสอนเทียมเท็จ เข้ามาในคริสตจักร เอาพระเจ้า ด้วย เอาโลกนี้ด้วย
พบในข้อที่ 4
“เพราะว่าบางคนได้แอบแฝงเข้ามาในหมู่ท่าน การลงโทษคนพวกนี้มีเขียนไว้นานแล้ว พวกเขาเป็นคนอธรรมที่ถือเอาพระคุณของพระเจ้าของเรามาบิดเบือนเป็นช่องทางทำความชั่วช้าลามก และได้ปฏิเสธพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นเจ้านายและองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราแต่องค์เดียว”
[Slide 3]
เราเห็นอย่างน้อย สองประการในที่นี่นะครับ ที่ผมเรียกว่า คริสเตียนแบบโลก นะครับ คือ
(1) เชื่อพระเจ้าแล้ว แต่ก็ยังคงดำเนินชีวิตอยู่ในความบาปต่อไป เป็นผู้เชื่อในวาระสุดท้าย ที่อาจารย์เปาโลได้พูดถึงใน 2 ทิโมธี 3 “รักความสนุกมากกว่ารักพระเจ้า ยึดถือทางพระเจ้าแต่เพียงเปลือกนอก แต่ปฎิเสธฤทธิ์เดชของทางนั้น”
เป็นคริสเตียนแต่เปลือก ชีวิตไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลง เพราะไม่สนใจคำสอน ไม่สนใจพระเจ้า
มาคริสตจักร มารับเชื่อ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชุมชน อาจจะมาด้วยเหตุผลต่างๆ เพราะชอบบรรยากาศ อบอุ่นดี อยู่บ้านเหงา มาที่นี่มีเพื่อนคุย ถ้าเป็นเด็กๆ เยาวชน อาจจะมาเพราะถูกพ่อแม่สั่งให้มา บังคับให้มา บางคนมาเพราะแอบชอบบางคนอยู่ พี่น้องที่รักในพระคริสต์ครับ อย่าให้เราหยุดอยู่ที่เปลือกครับ ไหนๆมาแล้ว สละเวลามาแล้ว ก็อย่าให้เสียเที่ยวครับ ก็ให้เราได้ ใส่ใจ สนใจคำสอน พระวจนะคำพระเจ้า และที่สำคัญที่สุดครับ รู้จักกับพระเจ้าเที่ยงแท้ ที่เป็นเจ้าของคริสตจักรด้วย อาเมนนะครับ
(2) ดำเนินชีวิตโดยปฎิเสธพระเยซูคริสต์ไม่ให้เป็นองค์เจ้านาย เหนือชีวิตของพวกเขา ดำเนินชีวิตตามแล้วแต่ที่ตัวเองจะเห็นชอบ ยังคงนั่งอยู่บนบังลังก์ใจของตนเอง ไม่ให้พระเยซูเป็นองค์เจ้านายผู้เดียวในชีวิตของเรา
พี่น้องครับ สิ่งท้าทายที่คริสตจักรยุคแรกเผชิญอยู่ ผมคิดว่าเราก็กำลังเผชิญอยู่เช่นกัน โจทย์เดิมๆ เพียงแต่มาในรูปแบบที่แตกต่างไป พี่น้องครับ เราอยู่ในโลกที่ เราก็คิดว่า แนวคิด หลักการของโลกนี้ ดีกว่า หลักการพระเจ้า หลักการในพระคัมภีร์ เราเห็นตัวอย่างครับ บางคนคิดว่า น่าจะนำเอาแนวคิดของโลกนี้มาปรับใช้กับหลักการในพระคัมภีร์
เวลามีใครไปสัมภาษณ์ บุคคลที่เราชื่นชอบ เราก็รีบไปฟัง ยิ่งยุคสมัยนี้ง่ายมากครับ ค้นหาได้เองทางสื่อโซเชียลมีเดีย เรามักจะชอบฟังความคิดเห็นของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ นักการเมืองที่เราชื่นชอบ
การฟังความคิดเห็นไม่ผิดโดยตัวมันเองนะครับ แต่ถ้าเรายังไม่เติบโต ยิ่งไม่ค่อยรู้พระคัมภีร์ด้วยยิ่งแล้วใหญ่ เราก็จะมีแนวโน้มที่จะนำเอาความคิด หลักการเหล่านั้นที่เราเห็นว่าดี มาใช้ในชีวิตของเรา แทนที่จะฟังพระเจ้า พระคัมภีร์ว่าอย่างไร พี่น้องครับ ถ้าใจเรานมัสการผู้ใด เราก็จะเป็นเหมือนคนนั้นครับ
วัยรุ่น เยาวชน ครับ เราก็จะตาม ศิลปิน Idol หรือ Net Idol ที่เราเป็น FC อยู่
เรากำลังตามบุคคลเหล่านี้ ในเรื่องแนวคิด การใช้ชีวิต มุมมอง ปรัชญาการใช้ชีวิต การมองชีวิต ซึ่งจำนวนมากปฎิเสธพระเจ้า หันหลังให้พระเจ้า แต่เราก็ยังอยากจะฟังเขา มากกว่า อยากจะฟัง ว่า พระคำของพระเจ้า ฟังว่าพระเจ้าสอนเราในการดำเนินชีวิตอย่างไร
คุณพ่อ คุณแม่ครับ วันนี้ ลูกๆของเรา กำลังตามใครอยู่ ?
เรารู้มั้ยครับ ว่าใครเป็น Influencer ในชีวิตของเค้า
เรามั่นใจมั้ยครับ พระเยซูเป็น Influencer ในชีวิตของเค้า ?
หรือ ตัวเราเองก็เช่นกันนะครับ เราลองพิจารณา และตั้งคำถามจริงจังกับตัวเองมั้ยครับ ว่า วันนี้ หรือตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ชีวิตของเรากำลังตามใครอยู่ครับ ? ใครเป็น Influencer หรือ คนที่มีอิทธิพลในชีวิตของเรา คนๆนั้น คือ พระเยซูหรือเปล่าครับ
ยูดา บอกว่า “...ได้ปฏิเสธพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นเจ้านายและองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราแต่องค์เดียว”
ผมอยากจะหนุนใจเรานะครับ ให้เราสร้างชีวิตของเราขึ้น ตามแบบอย่าง คำสอนของพระเยซูคริสต์ ยอมกับพระองค์เป็นเจ้านาย และองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราแต่เพียงผู้เดียวครับ ไม่ใช่ พระเยซู บวก จุด จุด จุด อาเมนนะครับ ให้พระเยซู เป็นผู้เดียวที่ เราจะดำเนินชีวิตตาม เลียนแบบ และเชื่อฟังคำสอนและ ชีวิตของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นพระปัญญาจากเบื้องบน ไม่ใช่ นักการเมือง ไม่ใช่นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่ Idol ที่เราเป็น FC ให้เค้ามาสอนเราให้คิด ให้ดำเนินชีวิตตามที่เค้าคิดว่าดี โดยไม่นำมาตรวจสอบกับพระคัมภีร์ ว่าพระคัมภีร์ว่าอย่างไร ในเรื่องนั้นๆ
นอกจากนี้แล้ว ผมอยากจะเพิ่มมุมมองอีกประเด็นครับ เราพบในจดหมายด้วยนะครับ ว่า ผู้สอนเทียมเท็จนี้ได้ก้าวเข้ามา เป็นถึงระดับผู้นำในคริสตจักรด้วยนะครับ ถ้าเป็นสมัยปัจจุบัน ก็อาจจะเป็นอาจารย์ เป็นคณะกรรมการในคริสตจักรที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจสำคัญๆในคริสตจักร พบในข้อที่ 12
“คนเหล่านี้ (เราสังเกตนะครับว่า ยูดาไม่ได้แม้แต่จะพูดชื่อพวกเขาออกมานะครับ เรียกแต่ว่า คนเหล่านี้ ให้ความหมาย น่ารังเกียจเพราะแม้แต่ชื่อก็ไม่อยากจะเอ๋ยถึง ยูดาพูดแรงนะครับ) เป็นพวกที่ทำให้งานเลี้ยงเชื่อมความรักสามัคคีของพวกท่านเสื่อมเสียไป ขณะที่พวกเขาร่วมกินเลี้ยงกับพวกท่านโดยปราศจากความยำเกรง (ยูดาหมายถึงการเข้าร่วมพิธีมหาสนิท) เขาเป็นผู้เลี้ยงแกะที่เลี้ยงแต่ตัวเอง(คนเหล่านี้กลายมาเป็นผู้นำในคริสตจักรด้วยครับ เป็นผู้เลี้ยงแกะ) เป็นเมฆที่ไม่มีน้ำที่ถูกพัดลอยไปตามลม เป็นต้นไม้ที่ไร้ผลในฤดูที่ออกผล และตายมาสองหนแล้วเพราะถูกถอนออกทั้งราก”
ยูดา เรียกผู้นำในคริสตจักรที่สอนเทียมเท็จ และนำค่านิยมของโลกนี้ที่เต็มไปด้วยความบาปเข้ามาบริหารจัดการในคริสตจักร และสร้างปัญหา ความแตกแยกในคริสตจักรว่า เป็น ผู้เลี้ยงแกะที่เลี้ยงแต่ตัวเองสะท้อนภาพของผู้เลี้ยงจอมปลอมที่พระเจ้าตำหนิใน เอเสเคียล 34 ผู้เชื่อยิวที่มีความรู้ในพระคัมภีร์เดิมจะรู้ทันทีว่า ยูดากำลังพูดถึงอะไร ผู้เลี้ยงที่สนใจแต่ความต้องการของตนเอง ไม่สนใจดูแลฝูงแกะ ปล่อยปละละเลย พระเจ้าพูดตรงมากนะครับ ใน เอเสเคียล 34 พี่น้อง
“เจ้าทั้งหลายกินไขมัน พวกเจ้าคลุมกายด้วยขนแกะ เจ้าฆ่าแกะตัวอ้วนๆ เจ้าไม่ได้เลี้ยงดูแกะ ตัวที่อ่อนเพลียเจ้าก็ไม่ได้เสริมกำลัง ตัวที่เจ็บเจ้าก็ไม่ได้รักษา ตัวที่กระดูกหักเจ้าก็ไม่ได้พันผ้า ตัวที่หลงทางไปเจ้าก็ไม่ได้ไปตามกลับมา ตัวที่หายไปเจ้าก็ไม่ได้เสาะหา ....”
ยูดาได้สอนให้เราสามารถแยกแยะผู้นำแบบนี้ได้ในคริสตจักร พบในข้อที่ 18-19
“18ท่านเหล่านั้นบอกท่านว่า “ในวาระสุดท้ายจะมีคนที่ชอบเยาะเย้ยเกิดขึ้น (คนที่ชอบเยาะเย้ย ที่ภาษาไทยแปล ภาษากรีกเดิมให้ความหมายถึง คนหลอกลวง ก็คือ ผู้สอนเทียมเท็จครับ) ที่ดำเนินชีวิตตามความปรารถนาชั่วของตัวเอง” 19คนเหล่านี้คือคนที่ก่อให้เกิดความแตกแยก หมกมุ่นอยู่ในโลกียวิสัย และปราศจากพระวิญญาณ”
[Slide 4]
ยูดาสอนเรานะครับ ว่าเราสามารถสังเกตและแยกแยะได้ ครับ โดยที่เราไม่หลงไปตามคำสอนเทียมเท็จของคนเหล่านี้ มีอย่างน้อย สามประการครับ
(1) พวกเขาเหล่านี้ ไม่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ อยู่กับเขา
(2) คำสอนของพวกเขาไม่ได้ตั้งอยู่บนพระวจนะคำของพระเจ้า แต่ตั้งอยู่บนหลัก ปรัชญา หรือความคิดของพวกเขาเอง เขาไม่ได้สอนตามพระคำพระเจ้า หมกมุ่นอยู่กับโลกียวิสัย มุ่งแต่เพียง ความมั่งคั่งฝ่ายวัตถุ สุขภาพกาย พระพรด้านวัตถุและสิ่งที่อยู่ภายนอก ส่งเสริมโลกียวิสัย กิเลณตัญหา
(3) สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในคริสตจักร คำสอนของเขาสร้างความแตกแยก แบ่งแยก เต็มไปด้วยความขมขื่น และสร้างความเกลียดชัง พี่น้องเราต้องระวังนะครับ
พี่น้องครับ ในยุคปัจจุบัน พี่น้องสามารถเข้าถึงคำสอน คำเทศนา บทเรียนพระคัมภีร์ออนไลน์ได้ง่ายๆครับ สามประการ ที่ช่วยเราครับ ในการแยกแยะ คำสอนเทียมเท็จ คำสอนที่สุดโต่ง คือ ไม่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ คำสอนไม่ได้ตั้งอยู่บนพระคัมภีร์ ไม่ได้สัตย์ซื่อต่อพระคำพระเจ้า เอาปรัชญา ความคิดมาสอดแทรก และ สุดท้ายครับ สร้างความแตกแยกในพระกาย แบ่งแยกพระกาย
พี่น้องเคยเจอ นักเทศน์แบบนี้มั้ยครับ ให้เรามีความฉลาดฝ่ายวิญญาณนะครับ ที่สามารถ แยกแยะ คำสอนเทียมเท็จ คำสอนสุดโต่งเหล่านี้ได้นะครับ อย่าไปเผยแพร่ อย่าไปแชร์ต่อ ครับ
พี่น้องครับ เมื่อเราแยกแยะคำสอนเทียมเท็จ สุดโต่ง ได้แล้วนะครับ
ในส่วนที่สอง จดหมายฝากจากยูดา ได้ให้ภาพของ การสร้างชีวิตขึ้นบนหลักความเชื่ออันบริสุทธิ์ครับ ที่เราได้รับแล้ว จากพระเยซูคริสต์ ผ่านทางอัครทูต พบในข้อ ที่ 20-21 ครับ
“20แต่ท่านที่รักทั้งหลาย จงสร้างตัวของท่านขึ้นบนความเชื่ออันบริสุทธิ์ที่สุดของท่าน และจงอธิษฐานโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ 21จงรักษาตัวให้อยู่ในความรักของพระเจ้า ขณะคอยให้พระเมตตาของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรานำท่านไปสู่ชีวิตนิรันดร์”
คำที่เป็น Keyword กุญแจ คือ จงสร้างตัวของท่าน ภาษากรีกให้ภาพของ การก่ออิฐที่ละชั้น วางหินที่ละก้อนในการสร้างตึก บนรากฐานที่ได้วางไว้แล้ว
พี่น้องครับ อาจารย์ยูดา สั่งให้ เราสร้างตัวของเราขึ้น บนรากฐานที่ถูกวางไว้แล้วด้วยคำสอนที่ส่งมอบมาจากอัครทูต
การก่ออิฐเป็นชั้นๆ ยังให้ภาพของการสร้างตัวเองขึ้นในชุมชนของผู้เชื่อ อิฐแต่ละก้อน หินแต่ละก้อนที่ถูกก่อขึ้นไปเป็นชั้นๆ เป็นตึก เป็นอาคาร เป็นหอคอย ป้อมปราการ ล้วนต้องเชื่อมต่อกัน เราต้องการกันและกัน ในการสร้างตัวของท่าน ครับ พี่น้อง เราไม่สามารถสร้างอาคารได้ด้วยอิฐเพียงก้อนเดียวครับ และ เราต่างก่อร่างสร้างขึ้นจากคนรุ่นก่อนหน้าเราที่ได้วางไว้แล้ว
[คริสตจักรแองลิกัน ลาดกระบัง ก่อร่างสร้างขึ้นมาจากมิชชันนารี สต๊าฟเต็มเวลา และฆราวาส รุ่นบุกเบิกนะครับ ครอบครัวอาจารย์แอนดรูว์ ไดอาน่า ครอบครัวอาจารย์ลี ในรุ่นถัดมา ครอบครัวอาจารย์นพดล ครอบครัวอาจารย์ยอด แซม ตอนนั้นเป็นเต็มเวลา พี่จรินทร์ อาสาสมัครจากสิงคโปร์ ฮันน่า ฮันเฉียง เอสเธอร์ เยาวมิน และอีกหลายๆคนที่ไม่ได้เอ๋ยชื่อ คนเหล่านี้ได้เทช่วงหนึ่งของชีวิตลงหลายปี ในการบุกเบิกคริสตจักรนี้ขึ้นมา เงินถวายจากพี่น้องที่ไดโอซิส ในการซื้อที่ดิน และ สร้างอาคารคริสตจักร พี่น้องครับ เราต่างต้องการกันและกันครับ ในการสร้างความเชื่อของเราขึ้น เราขาดกันและกันไม่ได้ ในชุมชนของพระเจ้า อาเมนมั้ยครับ]
คริสตจักรไคร้สตเชิช กรุงเทพ ก่อร่างสร้างขึ้นมาจากผู้เชื่อรุ่นบุกเบิกครับ รุ่นอาจารย์เจอร์รีย์ รุ่นอาจารย์เจอร์รี่ก็สร้างขึ้น มาจากงานพันธกิจของภาคอังกฤษ อาศัยอาคาร สถานที่ พี่น้องครับ รุ่นอาจารย์ชิงวา อาจาย์ไพโรจน์ พี่น้องครับ เราต่างต้องการกันและกันครับ ในการสร้างความเชื่อของเราขึ้น เราขาดกันและกันไม่ได้ ในชุมชนของพระเจ้า อาเมนมั้ยครับ
พระคัมภีร์ในข้อ 20-21 พระเจ้าเปิดเผยอย่างน้อย สองประการครับ ให้เราสร้างตัวของเราขึ้นบนความเชื่ออันบริสุทธิ์
(1) สร้างตัวของเราขึ้น ในชุมชนของผู้เชื่อ ภาพใหญ่คือ คริสตจักร ภาพย่อยคือ กลุ่มเซล ครับ
กลุ่มเซล จำเป็นอย่างยิ่งครับในการสร้างชีวิตผู้เชื่อ เพราะเป็นกลุ่มย่อยที่สุด ที่สามัคคีธรรมได้ในเชิงลึก สร้างชีวิตในเชิงลึก การสร้างชีวิตผ่าน พี่เลี้ยงและลูกแกะ ในกลุ่มเซล หนุนใจกันและกัน ในการเดินไปกับพระเจ้า
บางครั้งเราอาจจะอ่อนแอ ขาดพลัง ขาดความเชื่อ แต่เมื่อเราได้ยินบางคนในกลุ่มเซลที่กำลังอธิษฐานเผื่อเรา ตัวเราเองขาดความเชื่อ แต่พี่น้องครับ เราสามารถขอยืม หรือ รับความเชื่อ ผ่านพี่น้องที่กำลังอธิษฐานเผื่อเราได้นะครับ ทำให้เรามีกำลังขึ้น มีความเชื่อมากขึ้น เมื่อพี่น้องที่มีความเชื่อกำลังอธิษฐานให้เราอยู่
อิฐแต่ละก้อน อาจจะดูไร้ค่าไม่มีความหมาย ไม่มีพลัง แต่ถ้าอิฐแต่ละก้อนก่อร่าง สร้างขื้นเป็นชั้นๆ เราจะเห็นอาคารที่มั่นคง แข็งแรง และมีพลัง ครับ อาเมนมั้ยครับ พี่น้อง เราสามารถวางน้ำหนักตัวเราได้บนอิฐด้านล่างและข้างๆเรา เรารับความมั่นคง ความเชื่อ และ การชูใจได้ครับ จากอิฐที่อยู่รอบตัวเรา
ในข้อที่ 22-23 อาจารย์ยูดา ให้ภาพนี้ครับ
“และจงมีใจเมตตา คนที่ยังสงสัยอยู่ จงช่วยคนให้รอดด้วยการฉุดเขาออกจากไฟ และจงเมตตาผู้อื่นด้วยความยำเกรงพระเจ้า และจงรังเกียจแม้แต่เสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อนด้วยกายที่เป็นมลทิน”
พี่น้องครับ ดังนั้น คริสเตียนที่แยกตัวออกไปอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่เข้ากลุ่มเซล ไม่มาคริสตจักร จึงอันตรายฝ่ายวิญญาณมากครับ เพราะเค้าจะไม่ได้รับการสร้างชีวิตขึ้น กลายเป็นคริสเตียนที่หมดกำลัง จะค่อยๆ หลงหายไปในที่สุด อาจจะหลงไปแล้วนะครับ แม้ว่าตัวจะยังอยู่ในคริสตจักรก็ตาม
วันนี้ เราได้รับการสร้างชีวิตผ่านกลุ่มเซล หรือยังครับ วันนี้เรามีกลุ่มผู้เชื่อที่เราสามารถเปิดเผยชีวิต รับคำแนะนำ คำปรึกษาที่ Godly ตามแนวทางพระคัมภีร์มั้ยครับเมื่อชีวิตเราเผชิญกับปัญหา วันนี้เรามีใครบางคน กำลังอธิษฐานเผื่อเราอยู่มั้ยครับ ถ้าคำตอบว่า ไม่มี อย่างนอยหนึ่งในคำถามที่ผมถามให้พี่น้องได้คิดตาม ผมคิดว่าเราต้องกลับมาทบทวน ชีวิตคริสเตียนของเราแล้วครับ พี่น้อง ว่าชีวิตความเชื่อของเรา กำลังมุ่งหน้าไปทางไหนกันแน่ น่าเป็นห่วงนะครับ
(2) ประการที่สองครับ สร้างชีวิตขึ้น ผ่าน ชีวิตแห่งการอธิษฐานครับ “จงอธิษฐานโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ จงรักษาตัวให้อยู่ในความรักของพระเจ้า”
พี่น้องครับ นอกจากเราสร้างชีวิตบนความเชื่ออันบริสุทธิ์ผ่านทาง ชุมชนผู้เชื่อ ช่วยเหลือหนุนใจกันและกันแล้ว ที่อาจารย์ยูดาให้ภาพ การก่ออิฐ สร้างอาคารแล้ว สิ่งที่สำคัญคือ เราสร้างชีวิตความเชื่อ ผ่าน ชีวิตแห่งการอธิษฐาน โดยพึ่งพาพระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์ที่อยู่ในตัวเราด้วยครับ
ชีวิตอธิษฐาน เป็นการพัฒนาชีวิตภายใน พัฒนาความสัมพันธ์กับพระเจ้า การพูดคุยกับพระเจ้า การสร้างพื้นที่ให้กับพระเจ้า เป็น Hospitality ระหว่างเรากับพระเจ้า เพื่อที่เราจะสามารถสัมผัสถึง พระคุณและ รับ ความรักของพระเจ้าผ่านชีวิตของการอธิษฐาน ครับ ไว้ถ้ามีเวลามากกว่านี้ จะได้มาขยายความ ชีวิตอธิษฐานครับ
พี่น้อง ชีวิตอธิษฐาน เฝ้าเดี่ยว ของเราเป็นอย่างไรบ้างครับ เรายังอธิษฐาน เฝ้าเดี่ยว อ่านพระคำอยู่ทุกๆวันมั้ย คุณภาพการอธิษฐาน คุณภาพการเฝ้าเดี่ยวของเราในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไร พี่น้อง เราจะสร้างชีวิตไม่ได้ ถ้าปราศจาก ชีวิตของการอธิษฐานโดยพระวิญญาณ ครับ
ผมสรุปคำเทศนาของผมใน เช้า / บ่าย วันนี้ นะครับ
ในวาระสุดท้ายครับ เราจะพบว่ามี คริสเตียนแบบชาวโลก นำเอาอิทธิพลของโลกนำชีวิตของเขาเหล่านั้น เราเห็น ลักษณะคริสเตียนแบบชาวโลก สองประการ นะครับ ในยูดาข้อ ที่ 4 (1) (1) แม้เชื่อพระเจ้าแล้ว แต่ก็ยังคงดำเนินชีวิตอยู่ในความบาปต่อไป ยึดถือทางพระเจ้าแต่เพียงเปลือกนอก แต่ปฎิเสธฤทธิ์เดชของทางนั้น (2) ปฎิเสธพระเยซูคริสต์ไม่ให้เป็นองค์เจ้านาย แต่เพียงผู้เดียว ผมพูดถึง มีพระเยซู บวก อย่างอื่น คนอื่น ผมพูดถึง Influencer
จากนั้นยูดา ได้สอนเราให้ฉลาดแยกแยะ ผู้นำที่นำคำสอนเทียมเท็จ สุดโต่ง ในข้อ 18-19 สามประการครับ (1) ไม่มีพระวิญญาณในชีวิต ดำเนินชีวิตตามโลกียวิสัย (2) คำสอนของพวกเขาไม่ได้ตั้งอยู่บนพระวจนะคำของพระเจ้า (3) สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในคริสตจักร แบ่งแยกพระกาย
หลักสองประการ ในการสร้างชีวิตบนความเชื่ออันบริสุทธิ์ พบในข้อที่ 20-21 คือ (1) สร้างชีวิตขึ้นในชุมชนของผู้เชื่อ และ (2) สร้างชีวิตขึ้น ผ่าน ชีวิตแห่งการอธิษฐาน
ให้เราร่วมใจกันอธิษฐานตอบสนองพระคำร่วมกันครับ
พระบิดาผู้ทรงเมตตา ขอบคุณพระองค์สำหรับคำเตือนในเช้า / บ่ายวันนี้ ที่เข้ามาในชีวิตของลูก ลูกตั้งใจขอมอบชีวิตของลูกให้พระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์เจ้านายแต่เพียงผู้เดียวในชีวิตของลูก มีเพียงพระองค์เท่านั้นที่ลูกขอติดตามตลอดวันคืนในชีวิตของลูก ลูกไม่ปันใจ ให้กับผู้ใดหรือสิ่งใดอีกนอกจากพระองค์
ขอพระองค์ทรงเปลี่ยนความคิดและจิตใจของลูกใหม่ ให้มีค่านิยมตามแบบอย่างพระคัมภีร์ ไม่ให้ค่านิยมของโลกนี้เข้ามามีอิทธิพลในการดำเนินชีวิตของลูก ลูกอยู่ในโลกนี้ แต่ลูกไม่ได้เป็นของโลกนี้
ขอพระเจ้าทรงช่วยลูกที่จะดำเนินชีวิตอยู่ในความบริสุทธิ์ ความชอบธรรม ทำสิ่งที่ดี โดยอาศัยพระคุณพระเจ้า ผ่านทางองค์พระเยซูคริสต์
ขอทรงประทานการแยกแยะฝ่ายวิญญาณที่ลูกจะสามารถแยกแยะคำสอนเทียมเท็จ คำสอนสุดโต่งที่มีอยู่อย่างมากมาย เพื่อรักษาชีวิตของลูกให้สร้างอยู่บนความเชื่ออันบริสุทธิ์ คำสอนที่ส่งต่อมาจากอัครทูตด้วยความสัตย์ซื่อ
ขอพระองค์ทรงนำลูกให้อยู่ในกลุ่มสามัคคีธรรม มีชีวิตที่อยู่ในชุมชนของพระเจ้า รักษาและสร้างชีวิตของลูกในคริสตจักร ในกลุ่มเซล และกับพี่เลี้ยงของลูก เพื่อที่ลูกจะช่วยเหลือซี่งกันและกัน หนุนใจกันและกัน อธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกัน ขอบคุณพระเจ้าสำหรับ ชุมชนผู้เชื่อที่ทรงประทานให้ในคริสตจักรไคร้สตเชิช กรุงเทพ / คริสตจักรแองลิกันลาดกระลัง ในกลุ่มเซล กลุ่มแคร์ ขอทรงประทานลูกแกะให้กับลูก เพื่อที่ลูกจะมีโอกาสในการสอน การถ่ายทอดความเชื่อ และการสร้างสาวกของพระเยซู ผ่านชีวิตของลูก ขอให้ลูกได้มีโอกาส หนุนใจพี่น้องที่อ่อนกำลัง และรับการหนุนใจ ในยามที่ลูกอ่อนแอ
ขอพระองค์ทรงสอนลูกในการอธิษฐานประจำวัน สอนลูกในการภาวนา สร้างวินัยฝ่ายวิญญาณในการเฝ้าเดี่ยวกับพระองค์ในทุกๆวัน พัฒนาชีวิตภายใน เพื่อรับการสร้างชีวิตแห่งความเชื่ออันบริสุทธิ์นี้
ขอทรงรักษาลูกไว้ใน ให้ดำเนินชีวิตอยู่ในความสว่าง ตลอดวันคืนชีวิตของลูก ลูกอธิษฐานกราบทูลในพระนามของพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน
ก่อนที่ผมจะจบคำเทศนาในเช้า / บ่ายนี้ ผมขอจบคำเทศนาด้วย การอวยพรของพระเจ้าจาก พระธรรมยูดา ข้อ 24-25
“24แด่พระองค์ผู้ทรงสามารถปกป้องพวกท่านไม่ให้สะดุดล้ม และทรงตั้งพวกท่านอยู่เบื้องหน้าพระสิริของพระองค์ โดยปราศจากตำหนิและมีความร่าเริงยินดี 25ขอพระเกียรติ ความยิ่งใหญ่ อานุภาพ และสิทธิอำนาจ จงมีแด่พระเจ้าองค์เดียว ผู้เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา โดยทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ทั้งในอดีตกาล ปัจจุบันกาล และในกาลต่อๆ ไปเป็นนิตย์ อาเมน”
ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้องครับ
Related Media
See more
Related Sermons
See more
Earn an accredited degree from Redemption Seminary with Logos.